วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

ประวัติรถ Porsche




              Porsche Automobil Holding SE หรือเรียกสั้นๆ ว่า Porsche SE โดยบริษัท European Public Company ผู้ผลิตรถยนต์หรูและมีประสิทธิภาพสูงของประเทศเยอรมัน ครอบครัว Piëch-Porsche เป็นเจ้าของ โดยสำนักงานใหญ่อยู่ที่ Zuffenhausen เมืองสตุทการ์ท 

          Porsche SE มีบริษัทลูกชื่อ DR.ING.H.V. PORSCHE AG ชื่อย่อว่า PORSCHE AG มีหน้าที่รับผิดชอบในสายงานการผลิตรถยนต์ และยังถือหุ้นใหญ่ของ Volkswagen AG บริษัทแม่ในเครือ Volkswagen ซึ่งเป็นที่รวบรวมรถยนต์ยี่ห้อต่างๆไม่ว่าจะเป็น Audi, Volkswagen, Bentley, Bugatti, Lamborghini, SEAT และ Škoda และในเดือนเมษายน 2009 Porsche และ Volkswagen AG ทั้งสองมีวัตถุประสงค์ที่จะรวมตัวกันในปี 2011 ในชื่อว่า “Integrated Automotive Group”


          ปัจจุบันได้ผลิตรถยนต์ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเช่น Porsche 911 (997), Boxster, Cayman, และรถสปอร์ตเอนกประสงค์ Cayene ซึ่งมีสายพันธ์ใหม่ล่าสุดคือ Panamera saloon (sedan) 4 ประตู ที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2009 

           มีประวัติความเป็นมาโดยวิศวะกรชาวออสเตรีย Dr.Ferdinand Porsche ได้ก่อตั้งบริษัทที่ชื่อว่า "Dr. Ing. h. c. F. Porsche GmbH" ในปี 1931 มีออฟฟิซหลักอยู่ในใจกลางเมืองสตุทการ์ท Porsche เคยทำงานให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของเยอรมนีมาแล้วหลายราย เช่น Mercedes Benz, Volkswagen ฯลฯ และเป็นผู้ออกแบบ Volkswagen คันแรก 

           ในตอนต้นเป็นเพียงบริษัทผู้พัฒนาเครื่องยนต์และให้คำปรึกษาเท่านั้น ยังไม่ได้มีการผลิตรถยนต์ภายใต้ชื่อของตัวเอง แต่ไม่นานนักก็มีคำสั่งจากทางรัฐบาลเยอรมัน ให้ทางบริษัทผลิตรถยนต์ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน คันแรกที่ประสบความสำเร็จมีชื่อว่า Volkswagen Beetle ซึ่งเป็นรถต้นแบบของ Porsche 64 ซึ่งเป็นรถยนต์คันแรกในนามของ Porsche 
 
           
           หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เยอรมันแพ้สงคราม เขาได้หลบหนีไปยังประเทศออสเตรียบ้านเกิด ทหารฝรั่งเศสได้จับตัวครอบครัวของเขาเพื    นอกจากนี้ Porsche ยังได้ผลิตรถไถขึ้นในชื่อว่า Allgaier Porsche ใช้เครื่องยนต์สี่สูบ 11 แรงม้า ผลิตขึ้นเพื่อใช้งานในไร่นาของชาวเยอรมัน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง

          ต่อมาใน Porsche ได้ให้ความสนใจในด้านอุตสาหกรรมรถแข่ง จึงได้ผลิต Porsche 550 Spyder ขึ้น และประสบความสำเร็จ จากการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งจึงได้เปิดตัวรถสปอร์ต 911 ในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นรถที่สร้างชื่อเสียงให้ Porsche เป็นอย่างมาก

           Porsche เป็นยี่ห้อที่ประสบความสำเร็จที่สุดในวงการมอเตอร์สปอร์ต สามารถคว้าชัยชนะในรายการต่างๆ มากกว่า 28,000 ครั้ง ซึ่งปัจจุบัน Porsche เป็นผู้ผลิตรถแข่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในปี 2006 ได้สร้างรถแข่งขึ้นมามากกว่า 195 คัน และในปี 2007 คาดว่าผลิตรถแข่งมากกว่า 275 คันในการแข่งขันตามรายการต่างๆ ที่จัดขึ้นทั่วโลก 


          ตราสัญลักษณ์ ของ Porsche ถูกนำมาจากรูปที่ติดอยู่บนเสื้อโค้ตของ Free People's State of Württemberg ซึ่งเป็นตราประจำเมืองสตุทการ์ท

          หลังจากที่ผู้ก่อตั้ง Dr.Ferdinand Porsche เสียชีวิตลงในเดือนมกราคมปี.1951 ลูกชายของเขา Ferry Porsche ได้สานต่อความคิดของพ่อ สืบทอดงานของตระกูล ตามด้วย Wolfgang Porsche ซึ่งเป็นหลานคนปัจจุบันที่กุมอำนาจสูงสุดในการสั่งการ และการกำหนดทิศทางของบริษัทโดยมีรายได้จากการขายรถมากติดอันดับต้นๆ ของเยอรมัน


         



วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

แอปเปิล ( Apple Inc.)

         

          แอปเปิล (อังกฤษ: Apple Inc.) หรือในชื่อเดิม แอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer Inc.) เป็นบริษัทในซิลิคอนวัลเลย์ ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แอปเปิลปฏิวัติคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในยุค 70 ด้วยเครื่องแอปเปิลทู (Apple II) และแมคอินทอช (Macintosh) ในยุค 80 ปัจจุบันแอปเปิลมีชื่อเสียงด้านฮาร์ดแวร์ เช่น ไอแมค ไอพอด ไอโฟน ไอแพด และร้านขายเพลงออนไลน์ไอทูนส์


ประวัติ


จุดเริ่มต้นในปี 1976–1980


แอปเปิล I, ผลิตภัณฑ์แรกของ Apple
ถูกขายเป็นแผงวงจรที่ประกอบ
และการขาดคุณสมบัติพื้นฐาน
เช่นแป้นพิมพ์จอภาพและกรณีที่
จ้าของของหน่วยนี้จะเพิ่มแป้นพิมพ์และ
เป็นกรณีที่ทำด้วยไม้
           บริษัท Apple Computer Inc. ได้เกิดขึ้นจากการร่วมกันก่อตั้งของ สตีฟ จ็อบส์ และ สตีฟ วอซเนียกทำการปฏิวัติธุรกิจคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในยุค 70 โดยการนำเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ประดิษฐ์จากโรงรถออกมาขาย ในชื่อ Apple I ที่ราคาจำหน่าย 666.66 เหรียญ ในจำนวนและระยะเวลาจำกัด ภายในปีถัดมาก็ได้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำยอดจำหน่ายสูงสุดให้กับบริษัท ณ ขณะนั้นคือ Apple II ซึ่งเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งวงการไมโครคอมพิวเตอร์ และเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับไมโครคอมพิวเตอร์ที่เกิดมาตามหลังทั้งหมด (อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาดังกล่าว ทางบริษัทจะมุ่งเน้นการขายระบบปฏิบัติการมากกว่าที่จะขายผลิตภัณฑ์ไมโครคอมพิวเตอร์ เนื่องจากประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จากบริษัท Intel และ IBM ทำงานได้ดีกว่า)

          Apple Inc. เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ทำธุรกิจหลายแขนง ทั้งด้านอุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์สำหรับผู้ บริโภค, ซอฟต์แวร์ของคอมพิวเตอร์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยมีผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงอย่าง Macintosh ซึ่งมีหลายรุ่นด้วยกัน, iPhone, iPod และ iPad โดยซอฟต์แวร์ที่ Apple พัฒนานั้น มี Mac OS X อันเป็นซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ดีที่สุดในโลก, iTunes ที่ใช้เล่นสื่อต่างๆไม่ว่า จะเป็นเพลง, รายการทีวี, ภาพยนตร์ และล่าสุดจะรวมไปถึงในส่วนของหนังสือ ที่ใช้ร่วมกับ iPad, นอกจากนี้ ยังมี iLife อันเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้างและจัดการสื่อหลายๆประเภท เช่น เพลง ภาพยนตร์ รูปภาพ เว็บไซต์ และ iWork ที่ใช้ในการทำงานเอกสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพรีเซนเทชั่น, สื่อพิมพ์ และ ชาร์ต ตารางตัวเลข, Aperture ที่ใช้แต่งภาพและจัดการไฟล์รูปภาพในระดับมืออาชีพ, Final Cut Studio ที่ใช้ตัดต่อไฟล์งานวิดิโอในสตูดิโอชั้นนำทั่วโลก, Logic Studio ที่ใชในการทำเพลง้อย่างแพร่หลายในสตูดิโอชั้นนำเช่นกัน

          และล่าสุดได้มีการเปิดตัว iOS อันเป็นระบบปฏิบัติการที่ย่อส่วนมาจาก MAC OS X เพื่อนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์เคลื่อนที่ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPod touch, iPad และนอกจากนี้ Apple, Imc. ยังได้มีร้านค้าอย่างเป็นทางการของตนกว่า 301 สาขาใน 10 ประเทศ เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าที่สนใจในผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ลอย่างแพร่หลาย โดยที่สำคัญที่สุดยังมีการให้บริการร้านค้าออนไลน์ที่ขายทั้งอุปกรณ์ต่างๆ และซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ เช่นกัน

          ก่อตั้งเมื่อ 1 เมษายน 1976 ใน Cupertino, California, และมีผู้ร่วมถือหุ้นในวันที่ 3 มกราคม 1977 บริษัท ฯ ได้ตั้งชื่อไว้ก่อนหน้านี้ Apple Computer, Inc, และมีการใช้ชื่อนี้มากว่า 30 ปี แต่ภายหลังได้ตัดคำว่า"Computer"ออกเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2007 เพื่อสะท้อนให้เห็น การขยายตัวต่อเนื่องของบริษัท ที่ก้าวเข้าสู่ตลาดอิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่สำหรับผู้บริโภคนอกเหนือจากการมุ่งเน้นดั้งเดิมบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2010 แอปเปิ้ลมีจำนวนพนักงานเต็มเวลา 46,600 คน และ 2,800 คนแบบชั่วคราวมียอดขายทั่วโลกประจำปีของ $ 65,230,000,000 เพื่อความเป็นต่างๆเป็นปรัชญาของการออกแบบที่ครบวงจรเพื่อความสวยงามที่โดดเด่นของแคมเปญการโฆษณา, แอปเปิ้ลได้มีชื่อเสียงโดดเด่นในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงฐานลูกค้าที่อุทิศให้กับบริษัท และตราสินค้าของตนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา

          นิตยสารฟอร์จูนมอบตำแหน่งแอปเปิ้ลชื่นชมมากที่สุดของ บริษัททั้งหมดในประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2008 และในโลกในปี 2008, 2009, และ 2010 บริษัท ฯ ได้รับการวิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งสำหรับผู้ใช้แรงงานผู้รับเหมา, สิ่งแวดล้อมและแนวทางการดำเนินธุรกิจApple ถูกก่อตั้ง โดย Steve Jobs, Steve Wozniak และ Ronald Wayne, พวกเขาได้ขาย Apple I ชุดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเป็นเครื่องแรก ที่สร้างขึ้นโดย Wozniak และแสดงครั้งแรกต่อประชาชนที่ Homebrew Computer Club โดยถูกขายเป็นเมนบอร์ด (มี CPU, RAM, และชิปแสดง - ข้อความขั้นพื้นฐาน) - ซึ่งถือว่าน้อยกว่าความเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่สมบูรณ์ในวันนี้ สิ่งที่ Apple ขายในเดือนกรกฎาคม 1976 และเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีราค $ 666.66 ($ 2,572 ในปี 2010 ดอลลาร์เมื่อปรับอัตราเงินเฟ้อ.)

          Apple ได้จดทะเบียน 3 มกราคม 1977 โดย Wayne นั้นไม่ร่วมบริษัทอีกต่อไป, โดยหุ้นของ บริษัท นั้นกลับไปหา Jobs และ Wozniak เป็นจำนวน $ 800 เศรษฐีคนสำคัญที่มีชื่อว่า Mike Markkula ให้ความเชี่ยวชาญทางธุรกิจที่สำคัญและเงินทุนของ $ 250,000 ในระหว่างการรวมตัวกันของแอปเปิ้ล

          Apple II ได้รับการแนะนำในวันที่ 16 เมษายน 1977 ที่แรกที่ West Coast Computer Fair มันแตกต่างจากคู่แข่งรายใหญ่ ซึ่งในขณะนั้นคือ TRS - 80 และ Commodore PET เพราะมาพร้อมกับกราฟิกสีและสถาปัตยกรรมระบบปฏิบัติการแบบเปิด ในขณะที่รุ่นแรกที่ใช้เทปคาสเซ็ทธรรมดาเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลพวกเขาถูกแทนที่โดยการแนะนำของ 5 1 / 4 นิ้วฟลอปปี้ดิสก์ไดรฟ์และอินเตอร์เฟซ, Disk II Apple II ได้รับเลือกให้เป็นแพลตฟอร์มเดสก์ทอปแบบแรกในโลก "app ตัวเด็ด" ของธุรกิจคอมพิวเตอร์โลก - ด้วยโปรแกรม VisiCalc ที่ใช้ทำใบปลิวและเอกสารแบบง่ายๆ โดย VisiCalc สร้างตลาดธุรกิจสำหรับ Apple II และให้ผู้ใช้ที่บ้านด้วยเหตุผลเพิ่มเติมเพื่อซื้อความเข้ากันได้ของ Apple II กับสำนักงาน ตาม Brian Bagnall ในตอนแรก Apple สร้างตัวเลขยอดขายที่พูดเกินจริงและมียอดขายเป็นอันดับ 3 รองจาก Commodore และ Tandy จน VisiCalc ได้เปิดตัวและมาพร้อมกับ Apple II ยอดขายจึงสูงขึ้น

          ณ สิ้นปี 1970 แอปเปิ้ลมีทีมงานของนักออกแบบคอมพิวเตอร์และสายการผลิตของตนเอง ในช่วงเดียวกันบริษัทได้เปิดตัว Apple III ในเดือนพฤษภาคม 1980 ด้วยความพยายามที่จะแข่งขันกับไอบีเอ็มและไมโครซอฟท์ในตลาดคอมพิวเตอร์ธุรกิจและองค์กร แต่กลับประสบความล้มเหลว
ต่อมา Jobs และพนักงานแอปเปิ้ลหลายคน รวมทั้ง Jef Raskin เยี่ยมชมบริษัท Xerox PARC ในธันวาคม 1979 เพื่อดู Xerox Alto ซีร็อกซ์ได้รับวิศวกรของแอปเปิ้ลสามวันของการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก PARC ตอบแทนสำหรับตัวเลือกในการซื้อ 100,000 หุ้นของแอปเปิ้ลที่ราคา IPO ก่อน $ 10 หุ้น งานเชื่อมั่นทันทีว่าคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในอนาคตจะใช้อินเตอร์เฟซผู้ใช้แบบกราฟิก (GUI) และการพัฒนาของ GUI เริ่มสำหรับแอปเปิ้ลลิซ่า


          เมื่อแอปเปิ้ลเข้าสู่ตลาดหุ้นจะสามารถสร้างทุนมากกว่า IPO ใด ๆ ตั้งแต่ฟอร์ดมอเตอร์ บริษัท ในปี 1956 และทันทีที่สร้างเศรษฐีมากขึ้น (ประมาณ 300) กว่า บริษัท ใด ๆ ในประวัติศาสตร์


1981–1985: Lisa และ แมคอินทอช

ครั้งแรกที่ แมคอินทอช เปิดตัวในปี 1984

          ต่อมาเมื่อเข้ายุค 80s Steve Jobs ได้พัฒนาคอมพิวเตอร์อีกรุ่นในชื่อ Apple Lisa ในปี 1978 แต่แล้วในปี 1982 เขาได้ถูกขับออกจากทีมพัฒนานี้ด้วยเหตุทะเลาะวิวาทภายในทีม ทำให้ Steve ต้องไปทำโปรเจกต์คอมพิวเตอร์ที่ตั้งใจให้มีราคาย่อมเยาอย่าง Macintosh ที่ Jef Raskin ได้เริ่มทำเอาไว้ สงครามในบริษัทที่ต้องงัดข้อกันระหว่าง Jobs และมนุษย์ออฟฟิศเริ่มปะทุขึ้นเรื่อยๆ ถกเถียงกันว่าผลิตภัณฑ์ไหนควรจะได้รับการเปิดตัวก่อนกัน โดยกลายเป็นว่า Lisa ได้รับการเลือกให้เปิดตัวออกมาก่อนในปี 1983 โดย Lisa ถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรกที่มาพร้อมกับ GUI แต่กลับล้มเหลวอย่างมาก ด้วยราคาขายปลีกที่สูงเกินไป จนลูกค้าซื้อไม่ได้
          ดังนั้นในปีต่อมา 1984 ก็เป็นคิวของการเปิดตัว Macintosh ที่คราวนี้ขอเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยโฆษณาทีวีทุนสร้างสูงมหาศาลเป็นประวัติการณ์ด้วยเงินจำนวน 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในโฆษณาชื่อ ‘1984’ ซึ่งได้รับการกำกับโดย Ridley Scott มากำกับหนังโฆษณาให้ ด้วยออกฉายในช่วงพักโฆษณาในงาน Super BOWL X V III ในวันที่ 22 มกราคม 1984

          โดยถือว่าโฆษณาดังกล่าวเป็นงานชิ้นโบว์แดงของแอปเปิ้ลที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม สร้างประกฏการณ์และภาพจำให้กับคนดูโทรทัศน์ในช่วงนั้นกับผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ล ที่เหมือนจะมากอบกู้ผู้บริโภคจากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแบบเดิมๆในยุคนั้น ซึ่ง IBM กำลังครองตลาดอยู่

          ในช่วงแรกนั้น Macintosh ขายได้ดีมาก สามารถสร้างเม็ดเงินให้บริษัทเป็นจำนวนสูง แต่ต่อมายอดขายกลับตกลงมาเรื่อยๆ สอดคล้องกับความนิยมในตัวเครื่อง เนื่องด้วยราคานั้นสูงเกินไป อีกทั้งซอฟต์แวร์ที่จะมารองรับกลับมีอย่างจำกัด แต่สถานการณ์กลับดีขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีการเปิดตัว LaserWriter อันเป็นเครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่เปิดตัวด้วยราคาที่สมเหตุสมผล และ PageMaker ที่เป็นซอฟต์แวร์เกี่ยวกับสิ่งพิมพ์เป็นซอฟต์แวร์แรกๆ หลังจากนี้ Macintosh กลายเป็นพระเอกในท้องตลาดเลยทีเดียว เนื่องด้วยความสามารถด้านกราฟิกที่สูงกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะมีการนำเอา Macintosh GUI ที่โดดเด่นที่สุดในตลาดมาใช้ ดังนั้นการที่จับเอาผลิตภัณฑ์ทั้งสามแบบข้างต้นนี้มารวมเข้าด้วยกันแล้ว สามารถทำให้ Macintosh ตีตลาดผู้ที่ต้องการคอมพิวเตอร์ที่จะนำมาทำสื่อสิ่งพิมพ์ได้เป็นอย่างดี

           ต่อมาในปี 1985 สถานการณ์ในบริษัทกลับตึงเครียดมากขึ้น เมื่อความผิดใจแบบลึกๆระหว่าง Jobs และ John Sculley ผู้ที่เป็น CEO ของ Apple ในขณะนั้น กลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความที่บอร์ดผู้บริหารของ Apple พยายามจะจำกัดสิทธิ์เสียงของ Jobs ในบริษัท อีกทั้งยังมอบหมายงานใหญ่ๆให้ Sculley เป็นคนตัดสินแทน ทำให้ Jobs รู้สึกอึดอัดมาก หลายครั้งที่เขาพยายามนัดประชุมบอร์ดผู้บริหารโดยที่ไม่มี Sculley ทำให้สุดท้ายแล้ว Jobs ถูกไล่ออกจากบริษัทที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมากับมือ ทำให้เขาต้องออกไปเปิดบริษัท NeXT Inc. ในปีเดียวกัน


1986–1993 Rise และ fall

แมคอินทอชแบบพกพา
แอปเปิ้ลเป็นครั้งแรกที่คอมพิวเตอร์
แมคอินทอชแบบพกพา เปิดตัวในปี 1989

          ปี 1991 หลังจากการลาออกของ Jobs ก็ถือเป็นอีกช่วงที่สำคัญของ Apple ด้วยความที่ Apple ได้เรียนรู้ถึงความผิดพลาดของ Macintosh Portable ที่เปิดตัวในปี 1989 ด้วยความที่ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่เกินไป รวมไปถึงสมรรถนะตัวเครื่องที่ต่ำกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง ทำให้ยอดขายตกต่ำ ไม่เดินเลย ดังนั้นในปี 1991 Apple จึงได้เปิดตัวเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาสมัยใหม่เครื่องแรกของโลกในชื่อ PowerBook ซึ่งถือว่าเป็นต้นตระกูลของคอมพิวเตอร์แล็ปทอปในปัจจุบัน

          ส่วนตัว Macintosh Portable ออกแบบมาให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ Macintosh แต่กลับมีน้ำหนักที่สูงจนเกินไป และมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ 12 ชม. ในปีเดียวกัน Apple เปิดตัว System 7 ซึ่งเป็นการอัพเกรดระบบปฏิบัติการของ Apple ครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ด้วยการเพิ่มอินเตอร์เฟซแบบสี และเปิดตัวคุณสมบัติการเชื่อมต่อแบบใหม่ล่าสุดในยุคนั้น โดย System 7 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฐานรากของ Mac OS X อันโด่งดังในปัจจุบันเลยทีเดียว

          การเปิดตัว PowerBook นั้นถือได้ว่าประสบความสำเร็จและสามารถสร้างเม็ดเงินเข้าบริษัทได้อย่างมาก เรียกได้ว่าช่วงปี 1990-1991 นั้นเป็นช่วงขาขึ้นของบริษัทเลยก็ว่าได้ โดยหนังสือนิตยสาร MacAddict นั้นขนานนามช่วงนี้ว่าเป็น The Golden Age ของ Apple เลยทีเดียว

          โดยนอกจาก PowerBook แล้ว ยังมีอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน คือ Macintosh LC ที่ Apple ก็ไม่รอช้า ส่ง Centris ผลิตภัณฑ์อีกหนึ่งชนิดออกมาสานต่อความสำเร็จทันที นอกจากนี้ยังมี Quadra อันเป็นคอมพิวเตอร์ราคาย่อมเยา เบาๆ สำหรับผู้ใช้งบน้อย และ Performa ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา กลายเป็น ความงงงวยของผู้บริโภค ที่แยกผลิตภัณฑ์ทั้งหมดไม่ออกว่าตำแหน่งทางการตลาดของแต่ละตัวนั้นอยู่ที่ตรงไหน ด้วยความที่ความสามารถของแต่ละตัว และราคา กลับไม่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แทนที่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยสร้างฐานกลุ่มลูกค้าให้กว้างมากขึ้น ทำให้เกิดความสับสน และความไม่เข้าใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะผลิตขึ้นมาทำไม

          ในช่วงเวลานี้เองที่ Apple ได้ลองผิดลองถูกกับผลิตภัณฑ์หลายๆชนิด ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายรูปดิจิตอล, เครื่องเสียง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่น CD หรือ ลำโพง, เครื่องเล่นวิดิโอเกม, หรือ TV Set Top Box ซึ่งล้วนแต่ประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ด้วยความที่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง และเป็นเพียงการนำเอาสินค้ายี่ห้ออื่นมาเปลี่ยนตราเป็น Apple

          นอกจากสินค้าอื่นๆข้างต้นแล้ว Apple ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุปแบบใหม่ของโลกในชื่อ Newton ที่เป็นต้นแบบของ PDA หรือ Personal Digital Assistance ในเวลาต่อมา แต่นั่นก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรให้กับบริษัทเลย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ราคาหุ้นและส่วนแบ่งตลาดของ Apple ถดถอยลงไปทุกที

          การที่ Apple จะพยายามพลิกสถานการณ์อันย่ำแย่นั้น ดูเหมือนจะทำได้ยากเหลือเกิน การที่ Apple II นั้นมีราคาสูงเกินไปสำหรับผู้บริโภค Apple จึงจัดการเปิดตัว Macintosh LC อันเป็นอีกโมเดลหนึ่งของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลราคาย่อมเยา โดยมีคุณสมบัติช่องขยายเดียวสำหรับ Apple IIe Card โดยเป็นการที่ถือได้ว่า พยายามนำเอาประสิทธิภาพที่สูงกว่าของ Apple II มาให้กับผู้ใช้ Macintosh แต่อย่างไรก็ตาม Apple เลิกผลิตและจำหน่าย Apple IIe ในปี 1993

          สถานการณ์ในช่วงนี้ กลับกลายเป็นย่ำแย่อย่างที่ไม่มีใครเคยคาดคิด ด้วย Windows ที่กำลังแซงหน้า Apple แบบทิ้งห่าง เพราะชูจุดเด่นเรื่องราคาที่ถูกกว่า Apple อย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ Apple เอง พยายามจะสร้างคอมพิวเตอร์ที่มีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมและประสิทธิภาพที่ดีกว่า แต่กลายเป็นว่า ราคาขายปลีกนั้นสูงเกินไปที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเข้าถึง นอกจากสถานการณ์การเงินของบริษัทจะเข้าขั้นตกต่ำแล้ว Apple ยังได้ไปฟ้องร้อง Microsoft ในกรณีที่ลอกเลียนกราฟิกอินเตอร์เฟซใน Windows โดยการฟ้องร้องนี้ดำเนินไปอย่างยาวนานนับปี สุดท้ายแล้ว Apple ก็ประสบความล้มเหลวในทุกๆด้าน จน Sculley ต้องลาออกไป แล้วมอบหมายให้ Michael Spindler มารับหน้าที่ในตำแหน่ง CEO แทนเขาเอง


1994–1997 พยายามที่จะลองผิดลองถูก


นิวตัน การโจมตีครั้งแรกของ
Apple ใน PDA คือตลาดเป็นหนึ่ง
นครั้งแรกในอุตสาหกรรม
แม้จะเป็นอันเป็นไปทางการเงินได้ตลอดเวลา
ของการปล่อยของมันช่วยปูทางสำหรับการที่
Palm Pilot และ Apple ของตัวเอง
iPhone และ iPad ในอนาคต

          ในช่วงต่อไปนี้ อันเป็นปี 1994-1997 Apple ได้พัฒนาแพลตฟอร์มระบบปฏิบัติการอื่นๆที่ต่อยอดมาจาก Macintosh เช่น A/UX นอกจากนี้ยังได้ทดลองเปิดตัวโลกออนไลน์สำหรับ Macintosh โดยเฉพาะในชื่อ eWorld ซึ่งได้พัฒนาร่วมกับ America Online และถูกออกแบบมาให้เป็นมิตรกับเครื่อง Macintosh ทุกเครื่อง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ใช้ Macintosh ที่ไม่ต้องการใช้ CompuServe ในการออนไลน์และท่องเว็บไซต์

          แต่อย่างไรก็ตาม กลายเป็นว่า Macintosh นั้นล้าสมัยในช่วงเวลานั้นไปเสียแล้ว เนื่องจากไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำหลายๆโปรแกรมได้ในเวลาเดียวกัน หรือ Multitasking และซอฟต์แวร์สำคัญๆบางซอฟต์แวร์ยังถูกกรอบบังคับให้ใช้ได้เฉพาะบางรุ่นอีกต่างหาก ทำให้นั่นเป็นข้อบังคับจนเกินไป แน่นอนว่า Apple ต้องการแพลทฟอร์มใหม่สำหรับ Macintosh แล้ว เพื่อที่จะได้แข่งกับ Sun Microsystems และผู้ผลิต/พัฒนา OS/2 และ UNIX อื่นๆได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเสียที

          ในปี 1994 Apple ร่วมกับ IBM และ Motorola ในการพัฒนาแพลทฟอร์มคอมพิวเตอร์ตัวใหม่ ที่จะเป็นการผนวกกันระหว่าง hardware ของ IBM และ Motorola กับ software จาก Apple โดยหวังว่าการรวมตัวกันพัฒนาครั้งนี้จะช่วยทำให้ Apple กลับไปนำหน้า Microsoft ได้อีกครั้ง ในปีนั้นเอง หลังจากการร่วมมือในการพัฒนาแพลตฟอร์มล่าสุด Apple ก็พร้อมเปิดตัว Power Macintosh เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นแรกจาก Apple ที่ใช้ IBM PowerPC processor

          ในปี 1996 ได้มีการเปลี่ยนตำแหน่ง CEO อีกครั้ง โดย Gil Amelio มาดำรงตำแหน่งนี้แทน Michael Spindler โดย Amelio ได้ทำการปลดพนักงานจำนวนมาก อีกทั้งยังริเริ่มโครงการผลิตภัณฑ์ต่างๆซึ่งมาสู่ความล้มเหลวทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Taligen, Copland และ Gershwin ดังนั้น Amelio จึงเลือกที่จะซื้อบริษัท NeXT และระบบปฏิบัติการ NeXTSTEP เป็นของ Apple เพื่อจะนำตัว Steve Jobs กลับเข้ามาทำงานใน Apple อีกครั้งในตำแหน่งที่ปรึกษา แต่ในปี 1997 Jobs กลับถูกเลือกให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง CEO แทน เพื่อเป็นการกอบกู้ บริษัทที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมา

          ภารกิจแรกที่ Jobs ทำ เกิดขึ้นในปี 1997 ในงาน Macworld Expo โดยเขาได้ประกาศร่วมมือกับคู่อริอย่าง Microsoft เป็นครั้งแรก ด้วยการเอา Microsoft Office มาเปิดตัวบน Macintosh และให้ Microsoft ทำการซื้อหุ้นของ Apple เป็นจำนวน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ ช่วงปลายปีนั้น Apple ได้เปิดตัว Apple Store เป็นครั้งแรก ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในด้าน build-to-order

          ในปีต่อมา Jobs ทำการเปิดตัวคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นใหม่อีกครั้ง ในชื่อ iMac ที่สร้างความโด่งดังไปทั่วโลก โดยมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับ Macintosh รุ่นแรกที่เขาเป็นคนพัฒนา ออกแบบโดยนักออกแบบผลิตภัณฑ์คนสำคัญของ Apple ผู้ที่ฝากผลงานการออกแบบไว้กับ iPod และ iPhone เช่นกัน นั่นก็คือ Jonathan Ive โดย iMac นั้นโดดเด่นทั้งรูปลักษณ์และความสามารถ ส่งผลให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยสถิติ 800,000 เครื่องในเวลาเพียง 5 เดือนหลังออกขาย

          ช่วงนี้เอง ที่ Apple ได้ทำการซื้อหลายๆบริษัทให้เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Macromedia กับซอฟต์แวร์ Final Cut เพื่อนำมาทำเป็นซอฟต์แวร์สำหรับตัดต่อไฟล์งานวิดิโอ โดยในสองปีต่อมา Apple ได้เปิดตัว iMovie สำหรับผู้ใช้ทั่วไปได้ตัดต่อวิดิโอ กับ Final Cut Pro สำหรับมืออาชีพ นอกจากนี้ Apple ยังได้เข้าซื้อ Nothing Real ละ Emagic เพื่อนำมาพัฒนาให้เป็นโปรแกรม GarageBand อันเป็นซอฟต์แวร์สร้างเพลงแบบง่ายๆ ให้กับผู้บริโภคในเวลาต่อมา






Twitter



Twitter คืออะไร ?   

          Twitter.com เป็นบริการส่งข้อความเป็นประโยคสั้นๆ ที่คุณส่งไปนั้นจะเป็นการบอกว่า คุณ กำลังทำอะไรอยู่? ในตอนนั้น เพื่อเป็นบันทึก ณ. ช่วงเวลานั้นว่าคุณทำอะไรอยู่ ลงไปในเว็บไซต์ของ Twitter.com เช่น "กำลังจะกินข้าว" "กำลังจะออกจากบ้าน" เป็นต้น และเมื่อคุณส่งประโยคสั้นๆ ไปเรื่อยๆ ในช่วงเวลาที่คุณมีเวลา และสามารถทำได้ เมื่อกลับมาอ่านมัน ข้อความทั้งหมด มันจะก็จะสามารถประติดประต่อ บอกเรื่องราวว่าคุณทำอะไรไปบ้างช่วงวันหนึ่งๆ ซึ่งจะสะดวกกว่าการ มานั่งหลังคดหลังแข็งมานั่งเขียนบล็อก ทั้งวัน นี้แหละที่ Twitter.com เลยเข้ามาทดแทนและช่วยให้คนไม่ชอบเขียน บล็อก หันมาใช้บริการพวกนี้เยอะมากขึ้น

        แต่สิ่งหนึ่งที่มาช่วยให้ Twitter มีประโยชน์ และสนุกมากขึ้น ก็คือ คุณสามารถติดตาม (Follow) คนอื่นๆ ที่เค้าเขียนข้อความลงไปใน Twitter ของเค้าได้ ว่าเค้าคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่ โดยเมื่อคุณ ติดตาม (Follow) เค้าแล้ว เมื่อคนนั้นเค้าทำอะไรและพิมพ์อะไรลงไปใน Twitter คุณก็ได้รับข้อความเหล่านั้นด้วยไปพร้อมๆ กัน และก็สามารถติดตามได้ทีละหลายๆ คน ซึ่งก็จะทำให้คุณทราบว่าเค้าเหล่านั้นกำลังทำอะไรอยู่ในขณะนั้นทันที จะเห็นว่า Twitter ก็เริ่มกลายเป็นเครื่องมือในการกระจายข้อมูล (Broadcast) ของคนๆ หนึ่ง ไปยังคนหลายๆ คนได้ง่ายๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และที่สำคัญคือ คุณสามารถส่งข้อความเข้า Twitter ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ง่ายๆ ผ่าน SMS หรือ WAP โดยเข้าไปที่ http://m.twitter.com ดังนั้นไม่ว่าคุณอยู่ไหนก็ตาม ที่คุณมีโทรศัพท์มือถือ คุณก็สามารถส่งข้อความเข้า Twitter ได้ง่ายๆ

          ทีนี้ เมื่อมีเพื่อนๆ ของคุณ หรือคนที่คุณรู้จัก แล้วเค้าเหล่านั้นใช้บริการ Twitter คุณก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนของคุณหรือ คนที่คุณอยากติดตาม เค้ากำลังทำอะไรอยู่ ณ. ตอนนั้น



Twitter ต่างจาก MSN หรือ Instant Messaging ยังไง?


การใช้พวก Instant Messaging หรือพวกโปรแกรม MSN Messenger, G-Talk จะเป็นโปรแกรมที่เราส่งไปหา "คนที่เรารู้จักอยู่แล้ว" โดยส่วนใหญ่จะเป็น "การถาม หรือต้องการคำตอบๆ กลับ" แต่รูปแบบการส่งข้อความของ Twitter จะเป็นการส่ง ข้อความไปในรูปแบบ "บอกเล่า" มากกว่า ว่า"ฉันกำลังทำอะไรอยู่" ไม่ต้องการ หรือคาดหวังว่าจะมีการตอบกลับจากคนที่รับข้อความ แต่ถ้าหากคนได้รับข้อความ แล้วเค้าก็สามารถตอบกลับหาคนที่ส่งมาได้เช่นกัน

ประวัติของ twitter


Twitter (มาจากรากศัพท์คำว่า tweet ที่แปลว่า เสียงนกร้อง) หมายถึง Unified Message ชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็น Microblogging ที่ให้บริการเพื่อการติดต่อสื่อสารระหว่าง เพื่อน ครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน สามารถเชื่อมต่อเป็นเครือข่าย และแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แบบ Real Time เพื่อเป็นคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า "คุณกำลังทำอะไรอยู่" ซึ่ง Twitter ก่อตั้งขึ้นโดยบริษัท Obvious Corp เมื่อเดือน มีนาคม ค.ศ. 2006 ที่เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา พัฒนาขึ้นโดย Evan Williams และ Meg Hourihan Evan Williams คือคนเดียวกับที่สร้างบริการบล็อก ที่นิยมมากที่สุดในโลก ในขณะนี้ นั่นคือ Blogger.com นั่นเอง หลายคนคงพอทราบกันนะค่ะ ว่า Blogger.com ตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีนั้น อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทเล็กๆ ที่ชื่อว่า Pyra Labs ก่อร่างสร้างตัวขึ้นตั้งแต่สิงหาคม ปี 1999



          และหลังจากนั้น 3 ปี ทาง Google ก็เข้ามาขอซื้อกิจการไปในปี 2002 เพื่อไปเติมเต็มบริการ อีกทั้งขยายกลุ่มผู้ใช้ให้ได้มากขึ้น แต่ Williams ถอนตัวออกจาก Google มาร่วมงานกับ Odeo เมื่อ ปี 2004 และเมื่อไม่นานมานี้ Williams ได้ออกมาร่วมงาน กับ Obvious Corp ,ในปี 2006 ซึ่งมี Twitter เป็น Product หลักของบริษัท เป้าหมายของ Obvious Corp คือ สร้างสรรค์สิ่งที่น่าสนใจและมีความสำคัญ ต่อโลก Meg Hourihan คือผู้ร่วมก่อตั้งอีกหนึ่งคน ซึ่งเป็นคู่หูของ Evan Williams นั่นเอง ภาพพจน์ของเธอก็ยังเป็นบล็อกเกอร์ อยู่ต่อไป และตอนนี้เธอก็แต่งงานแล้วกับ Jason Kottke ซึ่งนับแล้วก็เป็นบล็อกเกอร์เหมือนกัน ทั้งสองเคยเป็นบุคคลแห่งปี ที่ทาง PC Magazine มอบให้ในปี 2004 และตอนนั้นเอง

ค.ศ. 2009 ทวิตเตอร์ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างมาก จนนิตยสาร “ไทม์” ฉบับวันที่ 15 มิ.ย. 2009 ได้นำเอาทวิตเตอร์ขึ้นปก เป็นเรื่องเด่นประจำฉบับ และบทบรรณาธิการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงการนำเสนอข่าว ที่มีที่มาจากเทคโนโลยีใหม่อย่างทวิตเตอร์ “บริการของ Twitter นั้น ถึงจะเป็นแค่บริการเล็กๆ แต่ตอนนี้ บริการเล็กๆ ที่ว่านี้ ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม มีผู้ใช้งานหลายล้านคนทั่วโลก ทั้งหมดทั้งมวลนี้ สานต่อจากการเป็นบล็อกเกอร์แค่คนๆหนึ่งจริงๆ”



 

อธิบายคำศัพท์ใน Twitter


Twitter เป็นเว็บไซต์ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้เราส่งข้อความว่า What are you doing? หรือบุคคลที่ติดตามว่าเรากำลังทำไรอยู่ จากการที่เว็บไซต์ Twitter ได้รับความนิยมกันอย่างมากมาย จึงทำให้เกิดมีคำศัพท์ใหม่ๆ ที่เรายังไม่คุ้นเคย และฮิตเกิดขึ้นมาตามกันอีกเยอะ ดังนั้นเราจึงต้องรู้จักคำศัพท์เหล่านั้นกัน


Twitter: เป็นเหมือนอีกหนึ่งเครื่องมือออนไลน์ที่ใช้ในการสื่อสารกับบุคคลในกลุ่ม

Tweetple: ผู้ใช้ Twitter

Tweet: การอัพเดทข้อความ Tweet ของคุณ

Name & Profile: คือชื่อ, ประวัติสั้นๆ และภาพของคุณ

Following: แสดงจำนวนบุคคลที่เราเข้าไปขอติดตามอ่านข้อความในบล็อก Twitter ของบุคคลนั้น

Followers: แสดงจำนวนบุคคลที่มาติดตามอ่านการอัพเดตข้อความในบล็อก Twitte ของเรา

Re-Tweet (RT): การส่งต่อข้อความ (Tweets) ที่น่าสนใจอยากจะ Re-tweet ในกลุ่มของคุณก็ทำได้ คล้ายการ Forward ต่อ โดยใช้คำย่อว่า RT

Reply: คุณสามารถ ตอบกลับข้อความ (Tweets) ของบุคคลอื่นได้

Unfollow: การยกเลิกติดตามอ่านข้อความที่โพสจากบุคคลใดๆที่เราไม่ต้องการ

Direct Message (DM): สามารถส่งและรับข้อความส่วนตัวถึงบุคคลอื่น โดยไม่มีใครเห็น

Tweet Message: คือ ข้อความ Tweets ล่าสุดของบุคคลที่คุณติดตาม หรือ Follow (Following)

Mentions: หมายถึง Account Twitter ที่ถูกกล่าวถึง หรือนำไปใส่ในข้อความ Tweets ของใครสักคน ซึ่งจะถูกแสดงให้เจ้าของ Account เห็น

Favorites: สามารถเก็บข้อความ (Tweets) ที่น่าสนใจไว้ใน Favorite ได้

Search: คุณสามารถค้นหาคำที่บุคคลกำลัง Tweets หรือค้นหา Account ของบุคคลที่รู้จักได้ผ่านการ Search

Tiny URL: ระบบของ Twitter จะแปลงความยาวของ Link/URL ให้สั้นลง เราเรียกกันว่า Tiny

URLHashtag ‘#’: หมายถึง เรื่องหรือ Topic ที่กำลังพูดถึง

Trending Topics: เรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจของบุคคลที่ใช้ Twitter

@ชื่อทวิตเตอร์: เแทนชื่อผู้ใช้ Twitter ด้วยการขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย @ เสมอ เช่น @Lomtoe @Polball @Sport-idol @Glory-manutd เป็นต้น

Keyword Trends: เป็นเรื่อง Top hit ที่คนกำลัง Tweet กันอยู่ทั่วโลก

Twitter apps: Twitter ใช้ตรงนี้แนะนำ Application ใหม่ของ Twitter ที่นักพัฒนาผลิตกันออกมาให้ใช้งาน

Micro Blogging: เกิดมาจากกติกาของ Networking Blog ที่ชื่อ Twitter ซึ่งกำหนดว่าเขียนข้อความได้ไม่เกิน 140 ตัวอักษร ซึ่งความยาวจะประมาณเท่านี้

Twitter Client: เป็นโปรแกรมเล่น Twitter ที่เราต้องดาวน์โหลดมาติดตั้งเพิ่ม เพื่อสามารถเล่นTwitter โดยไม่ผ่านเว็บไซน์ ซึ่งก็มีหลายโปรแกรม ได้แก่ Twhirl , Spaz , Snitter , Echofon , Tweetdeck เป็นต้น





ดีเอโก้ มาราโดนา Maradona “ตำนานหัตถ์พระเจ้า”




ดีเอโก้ มาราโดนา Maradona “ตำนานหัตถ์พระเจ้า”

          Diego Armando Maradona ดีเอโก้ มาราโดน่า (เกิด 30 ตุลาคม 1960), เป็นชาวอาร์เจนติน่า นักฟุตบอลที่ดีที่สุดของโลกและอาร์เจนติน่า และ เป็นนักเตะที่คนอาร์เจนติน่ารักมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ


          มาราโดน่า เกิดในวิลล่า ฟิออลิโต้ ตอนใต้ของกรุงบูเอโนสไอเรส เป็นครับครัวที่ยากจน เขาเป็นลูกคนที่ 4 มีพี่สาว 3 คน และ น้องชาย 2 คน ซึ่งน้องชายก็เล่นฟุตบอลทั้งคู่


          อายุ 15 มาราโดน่า เขาได้เล่นบอลอาชีพเป็นครั้งแรกกับสโมสร อาร์เจนติโนส จูเนี้ย ในปี 1976-1981 ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับทีม โบคา จูเนี้ย ระหว่างปี 1981-1982 อายุ 16 มาราโดน่าติดทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดใหญ่เป็นครั้งแรกโดยพบกับทีมชาติฮังการี อายุ 18 มาราโดน่าติดทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดอายุไม่เกิน 20 ปี มาราโดน่าเล่นได้โด่ดเด่นตลอดรายการ และสามารถพาอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์โลก อายุไม่เกิน 20 ปีโดยการชนะรัสเซีย 3 – 1 ในรอบชิงชนะเลิศที่ประเทศญี่ปุ่น

ฟุตบอลโลกครั้งแรกของมาราโดน่า

          ในปี 1982 มาราโดน่า ได้เล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก โดยอาร์เจนติน่ามาในฐานะแชมป์เก่า นัดแรกพ่ายเบลเยี่ยมไป 0-1 ก่อนจะกลับมาชนะ อังการี และ เอลซาวาดอร์ ผ่านเข้ารอบไปได้ แต่ต้องไปแพ้ อิตาลี 1-2 ในรอบที่สอง ก่อนที่อิตาลีจะไปชนะ บราซิล 3-1 คว้าแชมป์โลกประจำปีนั้นไปครอง นั้นคือฟุตบอลโลกครั้งแรกของมาราโดน่าหลังจากจบฟุตบอลโลก 1982 ที่สเปน มาราโดน่าย้ายทีมจากโบคา จูเนี้ย มาเล่นให้บาเซโลน่า ในสเปนโดยการชักจูจาก หลุย เซซ่า มิน็อตติผู้จัดทีมชาวอาร์เจนติน่า และสามารถพาทีมคว้าแชมป์ สเปนนิส คิงส์คัพ และ แชมป์ คัพวินเนอร์คัพ ในปีแรกที่ย้ายเข้ามาแต่เขาก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะได้รับบาดเจ็บจากการทำร้ายอย่างหนักหน่วงของกองหลังในลีกสเปน ถึงขั้นขาหัก

          ปี 1984 บาร์เซโลน่า ตัดสินใจขายมาราโดน่าให้กับ นาโปลี ทีมชั้นในกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ในราคา 220 ล้านบาทและเป็นสถิติโลกด้วยในตอนนั้น ซึ่งนาโปลี ต้องการความสามารถอันสุดยอดของมาราโดน่า ก้าวมาอยู่แถวหน้าของประเทศให้ได้ 23 ก.ย. 1984 มาราโดน่า ประเดิมสนามนัดแรกและเป็นที่ตื่นเต้นของแฟนบอลที่รอคอย มาราโดน่า เล่นได้ดีในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล แต่นาโปลีก็ยังอยู่ท้ายตาราง แต่ครึ่งฤดูกาลหลัง มาราโดน่าโชว์ความสามารถทั้งยิงและจ่ายและเป็นทุกอย่างของทีม เขาทำได้ 14 ประตู ทำให้จบฤดูกาลแรกของเขา นาโปลีอยู่ที่อันดับ 8

          ฤดูกาลต่อมา เขาก็ยังเล่นได้ดี แต่เขายิงน้อยกว่าปีแรก แต่ถึงกระนั้น มาราโดน่าได้กลายเป็นเทพเจ้าของชาวเมืองเนเปิ้ลส์ไปแล้ว เพราะทีมเล่นได้สนุกสุดยอด ผิดกับทีมอืนๆในลีกที่เน้นแท็กติกอย่างเดียว ปีที่สองของเขา ทีมจบอันดับที่ 3

Hand of God มือของพระเจ้า 1986

          ฟุตบอลโลกปี 1986 ที่ประเทศเม็กซิโก เป็นฟุตบอลโลกของมาราโด้น่าอย่างแท้จริง มาราโดน่าพาทีมเอาชนะ เยอรมันตะวันตก 3-2 คว้าแชมป์โลกครั้งที่ 2 ให้อาร์เจนติน่า แต่นั้นมิใช้สิ่งคนกล่าวถึงมาราโดน่า แต่เป็น 2 ประตูที่มาราโดน่ายิงอังกฤษในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ประตูแรกมาราโดน่ากระโดดโหม่งลูกแย่งกับนายทวารที่สูงกว่าเขาเกือบ 1 ฟุตเป็นประตู แต่หลังจากเกมจบไปแล้วเมื่อมาดูภาพช้า ปรากฎว่าประตูนั้นมาราโดน่าใช้มือชกบอลเข้าประตูไป เมื่อนักข่าวถามเขา เขาบอก มันเป็นมือเล็กจากพระเจ้าที่จะช่วยให้อาร์เจนติน่าคว้าแชมป์โลก ประตูนี้จึงถูกนักข่าวตั้งชื่อว่า แฮน ออฟ ก็อด หรือ มือของพระเจ้า

 
ประตูที่สวยที่สุดในรอบ 100 ปี

          ประตูที่สอง ในเกมนี้กลับดังยิ่งกว่า ประตูนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นประตูที่สวยที่สุดในรอบ 100 ปี มาราโดน่าได้บอลในวงกลมกลางสนาม และเลี้ยงหลบผู้เล่นอัง 5 คน และเลี้ยงหลบนายทวาร เข้าไปยิ่งประตู ทามกลางความตื่นตะลึงของผู้เล่นอังกฤษ และ คนดูที่ได้ชมโทรทัศน์ทั่วโลกกว่าพันล้านคน และผู้เล่นอังกฤษล้วนเป็นนักเตะที่ไม่ธรรมดาไล่ตั้งแต่ เกร็น ฮอดเดิ้ล, ปีเตอร์ รีด, เคนนี แซนซัม, เทอรี่ บุสเชอร์, เทอรี่ เฟนวิส และ ประตู ปีเตอร์ ชิลตัน เป็นเกมที่คนอังกฤษไม่มีวันลืมตลอดกาล


 
ฟุตบอลโลกที่อิตาลี กับคู่ชิงคู่เดิม

          ฟุตบอลโลกปี 1990 มาราโดน่านำทีมอาร์เจนติน่าเล่นในอิตาลีเหมือนกันเล่นบ้านตัวเอง เพราะมาราโดน่าเล่นให้นาโปลีมา 3 ปีแล้ว และชาวเนเปิ้ลก็เชียร์เขา ในนัดเปิดสนามอาร์เจนติน่าพ่ายแคเมอรูน 0-1 อย่างพลิกล็อกถล่มทลายแต่ ทีมก็เข้ารอบสองมาได้ ถึงรอบรองชนะเลิศ อาร์เจนติน่าต้องมาพบกับอิตาลีเจ้าภาพที่มีโรแบร์โต้ บักจิโจ้ที่เล่นได้อย่างโด่ดเด่นมาก และอิตาลียังไม่เสียประตูเลยตั้งแต่รอบแรก ผลเสมอกัน 1-1 และอาร์เจนติน่าชนะด้วยการยิงลูกจุดโทษ ในรอบชิงชนะเลิศ อาร์เจนติน่าพบกับคู่ชิงเก่าคือ เยอรมันตะวันตก และเยอรมันก็ชนะไป 1-0 อาร์เจนติน่าได้รองแชมป์โลก และปีเดียวกัน มาราโดน่า นำทัพนาโปลี ตะลุยเก็บคะแนนในลีกอย่างสุดยอด คนทั้งเมืองนับถือเขาดุจเทพเจ้าไปแล้ว และมาราโดน่ายิงถึง 10 ประตู และยังใส่พานให้เพื่อนร่วมทีมอีกไม่รู้เท่าไหร่ และสุดท้าย นาโปลีก็สามารถคว้าสคูเด็ตโต้ หรือแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา เป็นครั้งแรกได้สำเร็จ แถมปีนั้น มาราโดน่ายังพาทีมนาโปลี ฟาดแชมป์โคปปา อิตาเลีย อีกถ้วยกลาเยป็นดับเบิ้ลแชมป์ไปเลย

          ความสุดยอดของมาราโดน่า ยังทำให้นาโปลียิ่งใหญ่ต่อไป เขาพาทีมได้แชมป์ยูฟ่า คัพ เป็นครั้งแรก ทั้งเมืองฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ ความสำเร็จยังไม่ถึงที่สุด ในปี 1990 นาโปลี มาได้แชมป์กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการล้างแค้น มิลานได้สำเร็จ และปีนี้ก็คือปีฟุตบอลโลก และอิตาลีก็คือเจ้าภาพ มาราโดน่ายังเป็นเทพเจ้าของเมืองเนเปิ้ลส์อย่างแท้จริง ทีมชาติอาร์เจนติน่าของเขา มาแบบกระท่อนกระแท่น แต่ก็สามารถผ่านทะลุไปได้เรื่อยๆจนมาถึงรอบรองฯ ที่พบกับ อิตาลี เจ้าภาพ นัดนี้จัดที่เมืองเนเปิ้ลส์ แฟนบอลอิตาลีหลายๆคนหันมาเชียร์เทพเจ้าของเมืองแทนชาติพวกเขา และอาร์เจนติน่าก็สามารถล้มอิตาลี เข้าไปชิงชนะเลิศ กับเยอรมัน คู่ชิงครั้งก่อนได้สำเร็จ




ฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของมาราโดน่า 1994

          ฟุตบอลโลกปี 1994 ที่ประเทศอเมริกา มาราโดน่าเล่นได้เพียง 2 นัดเท่านั้น เขาตรวจพบสารกระตุ้น และถูกส่งกลับบ้านทันที่ ฟีฟ่าตัดสินให้เขาห้ามเล่นฟุตบอลนาน 15 เดือน มาราโดน่ากล่าวว่า การลงโทษเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการตัดขาของเขา หลังจากที่พ้นโทษแบนเขาก็ไปเล่นให้ เซวิญ่า ในสเปน 1 ปี ก็กลับไปเล่นในบ้านเกิดกับ นีเวลโอส์บอย และ ปิดท้ายด้วยการย้ายกลับบ้านเก่าอย่าง โบคา จูเนี้ย ก็ที่จะประกาศเลิกเล่นในปี 1997 มาราโดน่าเคยมีความพยายามเป็นผู้จัดการทีมแต่ไม่ประสบความสำเร็จ


มาราโดน่า หลังจากนั้น

          มาราโดน่า มีปัญหาเรื่องการติดโดเคน และเข้ารักษาตัวหลายครั้ง น้ำหนักตัวที่มากของเขาทำให้เขามีปัญหาเรื่องสุขภาพอย่างมาก ถึงแม้ว่าในชีวิตจริงมาราโดน่าดูไม่ดีนัก แต่ถ้ากล่าวถึงการเล่นฟุตบอลของเขา เขาคือเทพเจ้าของชาวอาร์เจนติน่าของโลก และเป็นนักฟุตบอลที่คนอาร์ติน่ากับนาโปลีรักมากที่สุดตลอดกาล….

          ปัจจุบันมาราโดน่าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแมวมองในอาเจนติน่าของสโมสรอินเตอร์มิลานและกำลังเป็นตัวเต็งที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือทีมชาติอาเจนติน่าลุยศึกบอลโลก2010อีกด้วย





เกียรติยศ ดีเอโก้ มาราโดนา
ระดับเยาวชน
1974-76
อาร์เจนติโนส จูเนี้ย

ระดับอาชีพ
1976-81
1981-82
1982-84
1984-91
1992-93
1993
1995-97
อาร์เจนติโนส จูเนี้ย
โบคา จูเนี้ย
บาร์เซโลน่า (สเปน)
นาโปลี (อิตาลี)
เซวิญ่า(สเปน)
นีเวลโอบอยส์
โบคา จูเนี้ย
166 (116)
42 (28)
58 (38)
259 (115)
29 (7)
5 (0)
29 (7)

ทีมชาติ
1977-94
ทีมชาติอาร์เจนติน่า
91 (34)

เกียรติยศ ระดับสโมสร ดีเอโก้ มาราโดนา
1981 แชมป์ดิวิชั่น 1 อาร์เจนติน่า (โบคา จูเนี้ย)
1982 แชมป์สเปนนิส คิงส์ คัพ (บาร์เซโลน่า)
1982 แชมป์ คัพวิเนอร์คัพ(บาร์เซโลน่า)
1987 แชมป์กัลโช่ ซีรี่ส์ เอ (นาโปลี)
1987 แชมป์อิตาเลียน คัพ (นาโปลี)
1988 ดาวซัลโว กัลโช่ ซีรี่ส์ เอ (นาโปลี)
1989 แชมป์ ยูฟ่า คัพ (นาโปลี)
1990 แชมป์กัลโช่ ซีรี่ส์ เอ (นาโปลี)
1991 แชมป์อิตาเลียน ซูเปอร์คัพ (นาโปลี)
เกียรติยศ ระดับชาติ ดีเอโก้ มาราโดนา
1979 แชมป์เยาวชนโลก อายุไม่เกิน 20 ปี ที่ญี่ปุ่น
1986 แชมป์โลก ที่เม็กซิโก
1990 รองแชมป์โลก ที่อิตาลี
ไม่ว่าจะกี่ปี ชื่อของ ดีเอโก้ มาราโดน่า จะยิ่งใหญ่ตลอดกาลในโลกฟุตบอลยากที่ใครจะมาโค่นลงได้อย่างแน่นอน










วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

ประวัตินักเตะในตำนาน "ไข่มุกดำ เปเล่"



เปเล่ “ไข่มุกดำของโลก”

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อเต็ม :
เเอ็ดสัน อารันเตส โด นาสซิเมนโต้
วันเกิด : 23 ตุลาคม 1940 (อายุ 67 ปี)
สถานที่เกิด : เตรส โคราซอส, บราซิล
ส่วนสูง : 1.74 เมตร (5 ฟุต 8 นิ้วครึ่ง)
ทีมชาติ : บราซิล (แขวนสตั๊ดแล้ว)
ตำแหน่ง : กองหน้า



ประวัติความเป็นมา

          เอ็ด สัน อารันเตส โด นาสซิเมนโต้ หรือที่ทั่วโลกรู้จักในนามของ “ไข่มุกดำ”เปเล่ อดีตนักฟุตบอลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “โคตรบอล” ขนานแท้และยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ด้วย
         คุณสมบัติของเปเล่ ล้วนเป็นที่ถวิลหาของโค้ชทุกทีมความสามารถเป็นที่ทั้งอยาก และยากจะเลียนแบบของนักเตะในทุกยุคทุกสมัย เล่นบอลได้ดีทั้งสองเท้าเข้าข่ายพรสวรรค์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกของ ฟุตบอล ผ่านบอลแม่นราวจับวาง เป็นตัวจบสกอร์ที่เพอร์เฟกต์ เรียกได้ว่าเป็นกองหน้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดของโลกเลยทีเดียว

         ด้าน ความเร็ว และความแข็งแกร่ง เปเล่ ไม่เคยเป็นสองรองใครแม้ยามครอบ
ครองบอล ชีวิตประสบความสำเร็จจนแทบจะสำลัก 2 ประตูจากที่ตัวเองลั่นไกสังหารนั้นพา “แซมบ้า” บราซิล คว้าแชมป์โลกมาด้วย รวมแล้วเปเล่ ขึ้นรับถ้วยแชมป์ 3 สมัย แต่ เปเล่ รีไทร์ จากวงการตั้งแต่ปี 1977 หลังจากนั้นชีวิตก็มิได้ห่างหายจากวงการฟุตบอล ยังคงเป็นทูตให้กับวงการกีฬารับใช้สร้างประโยชน์ให้สังคมต่อไป


เริ่มต้นชีวิต




           ชื่อ จริงของ เปเล่ ถูกตั้งตามนักประดิษฐ์ของโลก โธมัส เอดิสัน แต่ไม่มีใครคิดจะตั้งชื่อเล่นให้ จนกระทั้งเข้าโรงเรียน เมื่อก่อน เปเล่ ไม่ค่อยจะชอบชื่อเล่นของตัวเองนัก แต่เหมือนว่ายิ่งตัวเองบ่นไม่ชอบมากแค่ใหน เพื่อนๆก็ยิ่งเรียกบ่อยมากเท่านั้น จากนั้นก็เคยชิน และขาดชื่อนี้ไม่ได้ ไม่มีใครคาดคิดว่าวันนึง “เปเล่” จะเป็นชื่อที่คนทั่วโลกรู้จัก พร้อมขนานนามว่านี่คือ “God” ของวงการฟุตบอล เหมือนเป็นชื่อที่พระเจ้าประทานมาให้คู่กันจริงๆ


ก้าวสู่อาชีพค้าแข้ง
1956-1974 : ซานโต๊ส

          เป เล่ เติบโตขึ้นมากับการเล่นฟุตบอลตามท้องถนนดินลูกรังในบ้านเกิด ไม่มีแม้กระทั่งถุงเท้าดังนั้นเรื่องรองเท้า ไม่ต้องฝันถึงกระทั่งลูกบอลที่จะใช้เตะยังมาจากกระดาดเอามาปั้นเป็นก้อนกลม หรือไม่ก็ลูกเกรฟฟรุ๊ต ลูกหนังลูกแรกที่เปเล่ ได้สัมผัสคือของขวัญวันเกิดครบ 6 ขวบจากเพื่อนร่วมทีมของคุณพ่อที่เป็นนักฟุตบอลชื่อ โซซ่า

          พอวัยได้ 11 ปีเปเล่ ถูกนักเตะระดับตำนานของบราซิล อย่าง วัลเดมาร์ เดอ บริโต้ สังเกตุเห็นแววและชวนกันไปอยู่ทีมสมัครเล่นของ บริเตอร์ ต่อมาปี 1956 ผู้ดูแลได้พาไปสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ซานโตส ซึ่ง เดอ บริเตอร์ การันตี ไว้ตั้งแต่อายุ 15 แล้วว่า เปเล่ จะก้าวขึ้นเป็นนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในอนาคตแน่นอน

          เป เล่ โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอด เมื่อลงเล่นเกมลีกเกมแรกที่พบกับ โครินเธียนส์ เขาก็ยิงไปถึง 4 ประตู และต่อมาในฤดูกาล 1957  เปเล่ ก็ได้เป็นนักเตะตัวจริงของทีมชนิดถาวรด้วยวัยเพียง 16 ปี ก่อนที่จะกลายมาเป็นดาวยิงสูงสุดของลีกด้วยเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล และ หลังผ่านการเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพได้ไม่เท่าไร เปเล่ นักเตะวัยรุ่นยามนั้น ก็ถูกเรียกตัวติดทีมชาติ บราซิล ทันที

          หลังจากเสร็จศึกฟุตบอลโลก 1962 มีหลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปสนใจที่จะคว้าตัวเปเล่ไปร่วมทีม แต่ทว่าทางการบราซิลก็ออกมาขัดขวางด้วยการประกาศว่า เปเล่ เป็นสมบัติของชาติ

          ต่อมาในปี 1969 เปเล่ สามารถยิงประตูที่ 1,000 ให้กับตัวเองได้สำเร็จ ในเกมที่พบกับวาสโกดากาม่า ณ สนามมารากาน่าสเตเดียม ซึ่งประตูนั้นได้มาจากการยิงจุดโทษ และหลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ในบ้านเกิด ในที่สุด เปเล่ ก็ได้ตัดสินใจเดินทางไปหาประสบการณ์ค้าแข้งในบั้นปลายชีวิตยังต่างแดนครั้งแรกในปี 1975


1975-1977 : นิวยอร์ก คอสโมส


          ในปี 1975 เปเล่ยุติชีวิตค้าแข้งเป็นเวลากว่า 20 ปี กับทีมซานโต๊ส และตัดสินใจเซ็นสัญญาร่วมทีม นิวยอร์ค คอสโมส ในลีกทวีปอเมริกาเหนือ (เอ็นเอเอสแอล) โดยแม้ว่า เปเล่ จะผ่านช่วงสุดยอดของเขามาแล้ว แต่ยอดนักเตะชาวบราซิเลี่ยนผู้นี้ ก็ยังคงเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนในสหรัฐฯ ไม่น้อย นอกจากนี้ เขายังสามารถพาทีมต้นสังกัด คว้าแชมป์ลีกได้ในปี 1977 ในฤดูกาลค้าแข้งปีที่ 3 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายในชีวิตนักเตะอาชีพของเขาอีกด้วย

ทีมชาติบราซิล

          เป เล่ลงเล่นเกมทีมชาติบราซิลนัดแรก ในวันที่ 7 กรกฏาคม 1957 ซึ่งเป็นเกมที่พบกับ อาร์เจนติน่า และเขาก็ทำประตูได้ด้วย ต่อมา ในปี 1958 เปเล่ กลายเป็นนักฟุตบอลอายุน้อยที่สุดในโลกที่คว้าแชมป์โลก ด้วยวัยเพียง 17 ปีหลังเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่เอาชนะ สวีเดน เจ้าตัวยิง 2 ประตูในนัดชิง ให้ แซมบ้า ชนะสวีเดน 5-2 ที่กรุงสต๊อคโฮล์ม จากนั้นก็เล่นเกมฟุตบอลโลกกับบราซิลอีก 3 สมัยในปี 1962,1966 และ 1970 ซึ่งพาบราซิลคว้าแชมป์โลกอีก 2 ครั้งคือปี 1962 และ 1970

          ในทัวร์นาเมนต์ปี 1962 และ 1966 เปเล่เจ็บปวดใจมากที่ไม่สามารถช่วยทีมได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเนื่องจากมี ปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนหลังโดนนักเตะ เม็กซิโก เข้าบอลโหดใส่และทัวร์นาเมนต์ 1970 ที่เม็กซิโก คือทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของเปเล่ อย่างไรก็ตาม นับว่าโชคดีที่ปี 1970 บราซิล นับว่ามีทีมที่ดีที่สุดในช่วงนั้นพอดีประกอบไปด้วยนักเตะดังๆระดับดาวอย่าง ริเวลิโน่,แจร์ซินโญ่ และ โตส์เตา ได้รับการยอมรับว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดของบราซิล และพาแซมบ้าชนะ อิตาลี สำเร็จ 4-1 ในปีนั้น โดยเปเล่ ยิง 1 จ่าย 1 ให้กับแจร์ซินโญ่ เป็นการคว้าแชมป์โลกที่น่าประทับใจที่สุดของบราซิล และในปี 1972 เปเล่ ตัดสินใจหันหลังให้กับทีมชาติบราซิลเป็นการถาวร


ชีวิตหลังแขวนสตั๊ด

          หลังหันหลังให้กับชีวิตค้าแข้ง เปเล่ ก็ได้ไปทำหน้าที่งานฑูตให้กับหลายองค์กร โดยในปี 1992 เขาได้รับการแต่งตั้งจากสหประชาชาติ ให้เป็นฑูตเกี่ยวกับระบบนิเวศ และ สิ่งแวดล้อม และต่อมาในปี 1995 เขาก็ได้รับเหรียญเกียรติยศเป็นบุคคลที่สร้างชื่อเสียงและทำคุณประโยชน์ในวง การกีฬาให้กับประเทศบราซิล รวมถึง เขายังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่รัฐมนตรีพิเศษให้กับกระทรวงกีฬาบราซิล นอกจากนี้ องค์การยูเนสโก้ ก็ยังได้แต่งตั้งให้ เปเล่ เป็นฑูตพิเศษของ ยูเอ็น อีกด้วย

          ในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งเป็นผู้ร่างกฎหมายข้อบังคับเพื่อลดการคอร์รัปชั่นในวงการ ฟุตบอลบราซิล ซึ่งกลายมาเป็นที่รู้จักดีในชื่อว่า "กฏหมายของเปเล่" เขาก็ได้ตัดสินใจยุติบทบาทดีกล่าว ในปี 2001 หลังจากเขาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนกับการคอร์รับชั่น อย่างไรก็ดี ในปี 1997 เปเล่ ได้รับรางวัลเกียรติยศ British knighthood จากสหราชอาณาจักร

          ในปี 2002 เปเล่ เคยมารับจ๊อบเป็นแมวมองให้กับ ฟูแล่ม ทีมในพรีเมียร์ชิพ อังกฤษ และในปี 2006 เขาก็ได้รับเลือกให้ไปเป็นผู้จับสลากแบ่งกลุ่มในรายการ ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่ประเทศเยอรมัน เป็นเจ้าภาพ อีกด้วย นอก จากนี้ ชีวิตของ เปเล่ ยังได้ถูกนำไปเผยแพร่ยังสื่อต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์อย่าง หนังสือพิมพ์, แม็กกาซีน, นิตยสาร รวมถึง ในรายการโทรทัศน์ และ ภาพยนตร์ ต่างๆ อีกด้วย



เกียรติประวัติที่เคยได้รับ
ระดับสโมสร
ซานโต๊ส
Campeonato Paulista: 1958, 1960, 1961, 1962, 1964, 1965, 1967, 1968, 1969 and 1973Torneio Rio-São Paulo: 1959, 1963 and 1964
Torneio Roberto Gomes Pedrosa (Taça de Prata): 1968
Taça Brasil: 1961, 1962, 1963, 1964 and 1965
Copa Libertadores: 1962 and 1963
Intercontinental Cup: 1962 and 1963
South-American Recopa: 1968

นิวยอร์ค คอสโมส
NASL Champions: 1977

ทีมชาติบราซิล
FIFA World Cup: 1958, 1962, 1970
Roca Cup: 1957, 1963


ระดับส่วนตัว
- Footballer of the Century : 2000
- Laureus World Sports Awards : 2000
- BBC Sports Personality of the Year Lifetime Achievement Award : 2005